October 3rd, 2007
Loss leaderเพียงอย่างเดียวก็ยังเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง จุดประสงค์ของloss leaderก็เพื่อหาลูกค้าที่สนใจในสินค้าที่เรามีเสนอ เมื่อเรามีรายชื่อลูกค้าที่สนใจสินค้าที่เรามีขายอยู่ในมือก็ทำให้เราสามารถโปรโมทสินค้าในหมวดหมู่เดียวกันให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมที่เรามีรายชื่ออยู่ได้ สินค้าที่เรานำมาเสนอขายให้กับกลุ่มลูกค้าที่เราได้รายชื่อมาจากการขายloss leaderนั้นเรียกว่าback-end ในทางธุรกิจback-endนั้นเป็นสิ่งที่สร้างรายได้และกำไรให้กับธุรกิจจริงๆด้วยราคาที่มากกว่าloss leader ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจโทรศัพท์มือถือloss leaderก็คือโปรโมชันลดแลกแจกแถมโทรฟรี ส่วนback-endก็คือช่วงที่หมดโปรโมชันแล้วนั่นเอง เขาจึงมีคำกล่าวว่า “No Back-end No Business” หมายความว่า ถ้าไม่มีback-endธุรกิจก็ไม่มีกำไรดำเนินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นธุรกิจที่ใช้โมเดลloss leader/back-endนั้นต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะใช้สินค้าอะไรเป็นback-end อ่านกันมานานแล้วท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับความสำเร็จของคุณตราวุทธิ์ด้วยล่ะ ว่าไปแล้วก็เกี่ยวเต็มๆเลยเพราะถ้าเรามองว่าสิ่งที่คุณตราวุทธิ์ทำอยู่นั้นเป็นธุรกิจ ธุรกิจก็ต้องมีแผนมีโมเดลและคุณตราวุทธิ์ก็ใช้โมเดลloss leader/back-endเช่นกัน
ไม่รู้คุณตราวุทธิ์จะโกรธผมหรือเปล่าถ้าผมเอาโมเดลธุรกิจคุณตราวุทธิ์มาเปิดโปง loss leaderของคุณตราวุทธิ์ก็คือหนังสือgoogle make me richที่มีราคาเพียง195บาท คนที่ซื้อหนังสือของคุณตราวุทธิ์ไปก็แสดงว่าเป็นคนที่มีความสนใจในการสร้างรายได้เสริมจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งในทางธุรกิจก็ถือว่าคนที่หารายได้เสริมนั้นก็ถือเป็นnicheอย่างนึง คำว่าnicheก็หมายถึงตลาดเฉพาะที่มีคนสนใจเป็นกลุ่มๆ ยกตัวอย่างเช่น คนชอบเลี้ยงหมา ก็จะหาซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับหมา ก็นึกดูซิครับว่าท่านผู้อ่านสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ก็เรื่องที่ผู้อ่านสนใจก็ถือว่าเป็นnicheทั้งนั้นแหละครับไม่ว่าท่านผู้อ่านจะสนใจเรื่อง IT เรื่องดารานักร้อง เรื่องการเมือง ก็ถือเป็นnicheได้หมดครับ แต่การที่จะทำniche marketingนั้นเราต้องเลือกnicheที่สามารถสร้างรายได้ได้ ยกตัวอย่างเช่นnicheเรื่องดารานักร้องก็มีคนสนใจอยู่มากแต่การที่จะทำให้เกิดรายได้นั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากทีเดียว ส่วนnicheของคุณตราวุทธิ์นั้นเขาเรียกว่าเป็นhome business opportunity seekerคือตลาดของกลุ่มคนที่ต้องการหารายได้จากการทำงานที่บ้าน ข้อดีของnicheอันนี้ก็คือคนที่ต้องการหาเงินพร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรืออุปกรณ์ที่มาช่วยสร้างรายได้
คราวนี้เมื่อท่านผู้อ่านซื้อหนังสือของคุณตราวุทธิ์มาอ่านแล้วนั้นท่านผู้อ่านก็มาเจอกับเว็บไซต์trawut.comอีก ซึ่งก็ถือว่าเป็นloss leaderอีกตัวหนึ่งของคุณตราวุทธิ์เช่นกัน ท่านผู้อ่านก็ได้เพลิดเพลินกับข้อมูลที่คุณตราวุทธิ์นำมาเสนอในเว็บไซต์ซึ่งก็ทำให้ท่านผู้อ่านกลับมาอ่านแล้วอ่านอีก ตั้งตาคอยว่าเมื่อไรจะมีอะไรใหม่มาอัพเดท(ผมก็เป็นเหมือนกัน ทุกครั้งที่ผมเปิดคอมก็ต้องเช็คfeedของเว็บไซต์trawut.comก่อนจะทำอย่างอื่น) นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งเหมือนกันของการใช้เทคนิคloss leaderเพื่อสร้างฐานลูกค้า แน่นอนครับว่าท่านผู้อ่านไม่ได้รู้สึกว่าตัวท่านผู้อ่านเป็นลูกค้าของคุณตราวุทธิ์ ก็ไม่แปลกหรอกครับเพราะเรารู้สึกเพียงว่าคุณตราวุทธิ์เป็นคนที่รู้จริงในเรื่องที่เราอยากรู้เท่านั้น คุณตราวุทธิ์เขาก็ทำถูกแล้วแหละครับที่ไม่ทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกว่าคุณตราวุทธิ์กำลังขายของอะไรอยู่ ส่วนback-endของคุณตราวุทธิ์นั้นก็คือพวกadvanced courseและสัมมนานั่นเอง คิดดูสิครับสัมมนาราคาต่อคนอยู่ที่ 3-5พันบาท เทียบกับราคาหนังสือเพียงแค่195บาท
ที่ผมเห็นนั้นคุณตราวุทธิ์นี่ถือว่าใช้เทคนิดทุกอย่างได้ตามตำราแทบจะไม่มีข้อบกพร่องเลย ซึ่งก็เป็นเหตุที่ทำให้คุณตราวุทธิ์ประสบความสำเร็จนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคนิคloss leaderที่สร้างฐานลูกค้าที่ต้องการหาเงินจนกลายเป็นauthorithyของเรื่องgoogleในเมืองไทยไปจนกระทั่งการup sellสินค้าที่แพงขึ้นไปอีกให้กับลูกค้า นี่ไม่ใช่ผมว่าคุณตราวุทธิ์ทำถูกหรือไม่ถูกนะครับ แต่นี่ถือเป็นตัวอย่างของการใช้เทคนิคการขายพื้นฐานที่ประสบความสำเร็จอย่างมากเลยทีเดียว
online business

Loading ...
Share This
|
Print
|
Posted in Online Business | No Comments »
September 24th, 2007
อะไรคือ loss leader? ทำไมต้อง loss leader? ท่านผู้อ่านที่ไม่ได้คุ้นเคยกับเรื่องธุรกิจ โฆษณา และ การขาย อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำๆนี้นักloss leaderคือสินค้าที่ไม่ได้ขายเพื่อหวังกำไร แต่เป็นสินค้าที่ขายเพื่อเพิ่มฐานลูกค้า ดังนั้นloss leaderจึงเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีราคาค่างวดแพงมากนักหรืออาจจะแจกจ่ายกันฟรีๆเลยทีเดียว ประโยชน์ของการใช้loss leader
- ทำให้คนรู้จักสินค้า
- ทดลองตลาด
- สร้างแบรนด์
- สร้างฐานลูกค้า
เวลาเราเดินตามถนนแล้วมีคนมาแจกสบู่ฟรีให้ไปทดลองใช้ นั่นแหละครับคือการใช้เทคนิคloss leaderโดยที่เจ้าของสินค้าหวังว่าคนที่ได้ไปลองใช้จะชอบสินค้านั้นๆแล้วกลับมาซื้อไปใช้อีก อันนี้เป็นเทคนิค loss leaderแบบง่ายๆครับไม่ลึกซึ้งอะไร เพราะการแจกคนที่เดินผ่านไปผ่านมานั้นคนแจกไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนที่ถูกแจกนั้นมีความสนใจในสินค้านั้นๆหรือเปล่า วิธีใช้หลักว่าเน้นปริมาณไม่เน้นคุณภาพ สมมติว่าแจกไปสัก 100 คน ได้ลูกค้าใหม่เพิ่ม 1 คน แค่นี้ก็บรรลุเป้าหมายแล้ว ดูไปดูมาก็ไม่ต่างอะไรกับการ spam เลยใช่ไหมครับ (ผมไม่แปลกใจเลยว่าคนที่ใช้วิธี spam เขาไปเอาความคิดมาจากไหน)
วิธีข้างต้นอาจจะดูไม่มีประสิทธิภาพเท่าไร ถ้าหากเราสามารถใช้เทคนิค loss leader กับลูกค้าเป้าหมาย (คนที่สนใจสินค้าเรา) เปอร์เซ็นต์ที่จะได้ลูกค้าเพิ่มก็มีมากขึ้นใช่ไหมครับ แต่การที่จะหาลูกค้าเป้าหมายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในโลกofflineนั้นคนขายสินค้าต้องรอลูกค้ามาหาเอง และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นไปอีกถ้าใช้เทคนิค loss leaderแล้วได้ช่องทางที่จะติดต่อลูกค้ากลับมาด้วยก็จะดีมากขึ้นไปอีกเพราะจะทำให้ผู้ขายนั้นสามารถโปรโมตสินค้าอื่นๆกับลูกค้าเป้าหมายได้อีกในอนาคต
อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับ อย่าหาว่าผมมา lecture เรื่องการตลาดเลย ผมเพียงแต่ว่าอยากจะให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจไอเดียคร่าวๆ ต่อไปผมจะได้เข้าเรื่อง internet marketingได้โดยไม่ต้องมาอธิบายความหมายกันอีก
ตัวอย่างของเทคนิคloss leaderที่มีการเก็บข้อมูลของลูกค้าเป้าหมาย(lead capture) ท่านผู้อ่านพอจะนึกกันออกไหมครับว่ามีอะไรบ้าง ถ้านึกไม่ออกก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมบอกให้ ลองอ่านโฆษณาตัวอย่างบรรทัดต่อไปนะครับ
- โปรโมชันสมัครสมาชิกนิตยสารผู้หญิงยิงเรือรายสัปดาห์ ราคาพิเศษ 3 เดือนแรก
โฆษณาข้างต้นถือเป็นการใช้เทคนิคloss leaderที่ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ผมจะอธิบายเป็นข้อๆนะครับ
- คนที่มาสมัครสมาชิกต้องเป็นคนที่มีความสนใจในตัวสินค้าอยู่แล้ว
- แบรนด์ผู้หญิงยิงเรือเป็นที่รู้จักมากขึ้น
- ลูกค้าที่มาสมัครสมาชิกต้องให้ข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ เพื่อที่จะรับสินค้า (อันนี้สำคัญมาก)
ถึงแม้ว่าโปรโมชันนี้จะไม่ทำกำไรมากนักหรืออาจจะไม่ทำกำไรเลย แต่จุดสำคัญเมื่อลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกแสดงว่าลูกค้าคนนั้นๆสนใจที่จะอ่านนิตยสารเกี่ยวกับผู้หญิง ซึ่งอาจจะหมายถึงกลุ่มสินค้าย่อยๆ (niche) ได้อีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง ความงาม หาคู่ ชีวิตคู่ หรืออะไรๆอีกหลากหลาย เมื่อเจ้าของสินค้ามีรายชื่อลูกค้า(customer lead) อยู่ในมือเจ้าของสินค้าก็สามารถหาทางขายของอื่นๆต่อให้กับลูกค้าเดิมๆได้อีก
ถ้ามีแต่ loss leader ก็ไม่มีกำไร ฉะนั้นครั้งหน้าผมจะพูดถึงกลยุทธสำคัญที่ต้องใช้คู่กับ loss leader ซึ่งเรียกว่าback endนั่นเอง ถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าแล้วเรื่องloss leaderกับเรื่อง back endมันเกี่ยวอะไรกับความสำเร็จของคุณตราวุทธิ์ด้วยล่ะ ผมขอบอกว่าเกี่ยวมากเลยครับ ถ้าลองวิเคราะห์ดีๆเราจะทราบเลยว่าคุณ ตราวุทธิ์ นำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว ลองคิดกันดูนะครับว่าอะไรคือloss leaderของคุณ ตราวุทธิ์ แล้วไว้คราวหน้าผมจะมาเฉลยครับ
online business

Loading ...
Share This
|
Print
|
Posted in Online Business | No Comments »
September 19th, 2007
ในชีวิตประจำวันของเรา เราต้องผ่านพบกับธุรกิจนับร้อยเจ้าในแต่ละวันไม่เว้นวัน ท่านผู้อ่านอาจจะยังไม่ได้สังเกตุ ในจำนวนธุรกิจนับร้อยที่ผ่านตาเราในแต่ละวันนั้นมีทั้งที่ประสบความสำเร็จและก็ไม่ประสบความสำเร็จ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน แล้วประการสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ต้องเป็นธุรกิจที่ต่อเนื่อง ยกตัวอย่างนะครับ ร้านข้าวแกงเจ้าอร่อยหน้าปากซอยบ้านผม ตั้งอยู่ในจุดที่คนผ่านไปผ่านมาเยอะ ดูแค่สองเรื่องก่อนนะครับ หนึ่ง อาหารอร่อย สอง คนผ่านไปผ่านมาเยอะ เท่านี้ก็พอจะบอกได้ว่าร้านอาหารร้านนี้น่าจะประสบความสำเร็จเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าจะดูว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ก็อย่ามองข้ามนะครับ ธุรกิจระดับหลักพันล้านก็ใช้โมเดลธุรกิจลักษณะนี้เหมือนกัน ลองสมมตินะครับว่าอาหารร้านที่ผมว่าเจ้าของปากไม่ดี ใครได้มากินก็ชอบใจในรสชาติของอาหารแต่พอเจอปากเจ้าของร้านเข้าไปก็หนีกันหมด ครั้งเดียวเกินพอ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นจริง ร้านนี้ก็ยังมีแนวโน้มที่จะขายดีอยู่เนื่องจากทำเลดี แต่สิ่งทีเสียไปคือลูกค้าที่กลับมาซื้ออีก (returning customer) จะเห็นนะครับว่านี่เป็นโมเดลธุรกิจที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย แต่ถ้ารู้จักใช้ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว เหตุผลง่ายๆคือ คนเราต้องกิน และก็ไม่ได้กินครั้งเดียวด้วย ทำให้แนวโน้มที่ลูกค้าเก่าจะกลับมาใช้บริการอีกมีมาก
เริ่มเห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่าโมเดลธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จได้จากลูกค้าเดิมที่ใช้บริการเป็นประจำ ขอยกตัวอย่างนะครับว่าธุรกิจในหลักพันล้านนั้นมีอะไรใช้โมเดลธุรกิจนี้บ้าง ที่เห็นชัดๆเลยนะครับคือธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ความเหมือนระหว่างร้านข้าวกับธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่สำคัญเลยก็คือ ลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินแค่ครั้งเดียว (โดยทั่วไป) คราวนี้ก็มีประเด็นย่อยๆอื่นอีก เช่นว่าทำยังไงให้ลูกค้าไม่หนีไปที่อื่น ทำยังไงที่จะเพิ่มฐานลูกค้าออกไปอีก
คราวนี้ลองกลับมามองธุรกิจออนไลน์บ้างว่าจะใช้ประโยชน์จากโมเดลธุรกิจนี้ได้ยังไง ลองดูที่ affiliate marketing นะครับ โดยทั่วไปแล้วถ้าเราใช้ pay-per-click ที่จะโฆษณาสินค้า ถามว่าลูกค้าที่ซื้อของเราไปนั้นมีโอกาสจะกลับมาซื้อของเราอีกได้ไหม เช่นเดียวกับ adsense ลูกค้าคือคนที่มาคลิ๊กโฆษณาของเรา ก็ถามเหมือนเดิมครับว่าโอกาสทึ่คนที่คลิ๊กโฆษณาเราไปแล้วนั้นจะกลับมาเป็นลูกค้าเราได้อีกหรึอไม่ คำตอบก็คือไม่มีทางรู้ได้ครับ ถ้าเราไม่มีการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเราก็ไม่รู้ได้ว่าใครเป็นใคร
ลองคิดง่ายๆนะครับ ว่าสมมติลูกค้าที่ซื้อสินค้า affiliate ที่เราโปรโมต โดยที่เรารู้ว่าเขาสนใจสินค้าอะไร ถ้าเราสามารถติดต่อลูกค้าเก่าเพื่อโปรโมตสินค้าตัวอื่นอีก ก็คงจะดีไม่น้อยใช่ไหมครับ ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านทราบหรือเปล่าว่าพวกนักขายทางอินเตอร์เน็ต (online marketer) ใช้โมเดลธุรกิจนี้บวกกับข้อได้เปรียบของอินเตอร์เน็ตหาเงินกันได้ไม่น้อยเลย
สำหรับผม ผมว่าการทำธุรกิจ affiliate เปรียบเทียบกับการเป็น online marketer ต่างกันตรงที่ affiliate marketing ผมรู้สึกว่าเป็นแค่วิธีการหาเงิน แต่การเป็น online marketer นั้นเป็นการสร้างธุรกิจจริงๆ ผมว่า online marketer ที่ใกล้ตัวที่สุดก็คงจะเป็น คุณ ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ท่านผู้อ่านคงจะแปลกใจใช่ไหมครับว่าผมมองคุณ ตราวุทธิ์ เป็น online marketer แน่นอนครับคุณ ตราวุทธิ์ เป็น online marketer 100% เต็มๆ ผมว่าถ้าเราทำความเข้าใจให้ถูกเราจะสามารถวิเคราะห์หาเหตุผลได้อย่างถูกต้อง
อยากจะรู้ว่าคุณ ตราวุทธิ์ ประสบความสำเร็จได้ยังไง ผมว่าก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าคุณ ตราวุทธิ์ นั้นทำอะไร ครั้งหน้าผมจะอธิบายโมเดลธุรกิจของ online marketer ที่ประสบความสำเร็จให้ฟัง
ท่านผู้อ่านชอบหรือไม่ชอบเรื่องที่ผมเขียน หรือมีไอเดียอะไร ก็ขอเชิญฝากความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ
Affiliate Marketing, News, online business, online marketer

Loading ...
Share This
|
Print
|
Posted in Online Business | 2 Comments »
September 17th, 2007
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า คุณ ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ผู้สร้าง GoogleRich ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการสร้างเว็บนี้นะครับ และก็ไม่ใช่ว่าผมจะมาโจมตีหรืออะไรคุณ ตราวุทธิ์ นะครับ เพียงแต่ผมอยากจะขอนำเสนอมุมมองของผมต่อความสำเร็จของคุณ ตราวุทธิ์ ในเรื่องธุรกิจออนไลน์เท่านั้นเอง
ผมสันนิษฐานว่าท่านผู้อ่านที่ฝ่าฟันเดินทางมาพบเว็บไซต์แห่งนี้ได้คงจะคุ้นเคยกับ Affiliate Marketing ดีทีเดียว แน่นอนครับว่าการสร้างรายได้ด้วยการโฆษณาสินค้าของคนอื่นเพื่อกินค่าหัวคิวนั้นมีการทำกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาแล้ว เพียงแต่ว่าในยุคนี้เราใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและขยายขอบเขตออกไป ดังนั้นไอเดียของการสร้างรายได้เป็นเงินตราสกุลต่างประเทศด้วยการทำงานจากห้องนอนของเราในประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป และก็ต้องขอบคุณ คุณ ตราวุทธิ์ ของเราที่ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกเรื่องนี้ในบ้านเรา
ตัวผมนั้นเองก็เป็นแฟนประจำของเว็บไซต์ trawut.com เช่นกัน ผม subscribe RSS feed ของคุณตราวุทธิ์ และก็คอยเช็คเป็นประจำว่าคุณ ตราวุทธิ์ จะนำเรื่องอะไรใหม่ๆที่เป็นประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังบ้าง และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือกำลังใจอันล้นหลามที่ได้จากเว็บไซต์ของคุณ ตราวุทธิ์ ผมติดตามมาตั้งแต่หนังสือ Google make me rich จนมาถึงเว็บไซต์ trawut.com ถึงแม้ผมอยากจะไปร่วมงานสัมมนาที่คุณ ตราวุทธิ์ จัด แต่ก็ไม่มีโอกาสไปสักครั้ง ก็ได้เป็นแต่แฟนประจำทางเว็บ
ตัวผมนั้นก็พอจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับ affilate marketing อยู่บ้าง ตอนนี้ก็พอจะมีไอเดียอะไรอยู่พอสมควร ผมเป็นคนชอบค้นคว้าหาข้อมูล ชอบเรียนรู้ ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีสำหรับธุรกิจออนไลน์ หลังจากผมได้ลองทำลองคิดมาช่วงหนึ่งแล้ว ทำให้ผมเข้าใจความหมายของคำว่า Tip of the iceberg จริงๆก็เมื่อไม่นานมานี้นี่เอง ครับเรื่องนี้วันหลังผมจะมาขยายความ วันนี้ขอเข้าสู่ประเด็นก่อน ขอจั่วหัวตามนี้ก็แล้วกันครับ
คุณ ตราวุทธิ์ เป็น internet marketer มืออาชีพครับ เป็นสิ่งซึ่งนำมาความสำเร็จของคุณ ตราวุทธิ์
ฉะนั้นถ้าเราจะวิเคราะห์ความสำเร็จของคุณ ตราวุทธิ์ ก่อนอื่นเราต้องมองว่าคุณ ตราวุทธิ์ เป็น internet marketer ก่อน เราถึงจะเข้าใจถึงภาพรวม
สิ่งที่ผมจะพูดถึงและวิเคราะห์ในเว็บไซต์นี้
- ความหมายของ internet marketer
- ปัจจัยความสำเร็จของคุณ ตราวุทธิ์
- Model ธุรกิจออนไลน์ของคุณ ตราวุทธิ์
- แนวทางที่จะไปสู่ความสำเร็จแบบเดียวกับคุณ ตราวุทธิ์
วันนี้ขอจบเท่านี้ก่อนนะครับ ถ้าท่านผู้อ่านชอบหรือไม่ชอบก็ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
PS. โมเดลธุรกิจของคุณ ตราวุทธิ์ เป็นโมเดลที่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแทบทุกเจ้าใช้กัน และเราก็รับรู้ผ่านหูผ่านตาในชีวิตประจำวันอยู่ทุกวัน เพียงแต่เราอาจจะมองข้ามไปเท่านั้นเอง
Affiliate Marketing, Featured, Google make me rich, GoogleRich, internet marketer, trawut.com

Loading ...
Share This
|
Print
|
Posted in Featured | No Comments »